ฮัดดดดดด.......ชู้ยยยยยย
ฝุ่นเยอะมาจริงๆ บลอคนี้
มาแว้ว กลับมา ปัดกวาด เช็คถู หน่อย
เพื่อนๆ หายหน้าหายตากันไปหมด เนื่องจากตัวเองก็หายหน้าหายตา ไปจากเพื่อนๆเหมือนกัน เหอๆ
ที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาพิสูจน์ตัวเองอ่าค่ะ ว่างานเยอะขนาดไหนที่จะทำให้เราไม่มีเวลา
ฉันมีเวลาขึ้นรถกลับบ้าน
ฉันมีเวลากินข้าว
ฉันมีเวลาอาบน้ำ
ฉันมีเวลานอน
ฉันมีเวลาตื่น
ฉันมีเวลาขึ้นรถมาทำงาน
ฉันมีเวลา.................................
ฉันมีเวลาจริงๆนะเนี๊ย แต่มีไม่มีเวลา เข้าอินเตอร์เนทเล้ย
วันนี้เพิ่งจะเคลียร์งานกองโต ที่อยู่ตรงหน้ามานาน ออกไปจากโต๊ะ
และเริ่มจัดโต๊ะใหม่ ตามแบบฉบับ 5 ส.
จริงแล้ว วันนี้ฉันเริ่มต้นของวันใหม่ด้วยการทำสิ่งดีๆ
เมื่อเช้า ฉันตักบาตรและกรวดน้ำ
ฉันให้ทานแก่คนชราและคนพิการ
เนื่องจากวันนี้พิเศษกว่าวันอื่นๆหน่อย แต่ทั้ง 2 สิ่งที่กล่าวถึง ก็ทำเป็นประจำอยู่แล้ว
วันนี้เมื่อ 25 ปีที่แล้ว เป็นวันที่แม่เจ็บปวดมากที่สุด
เป็นวันที่ฉันทำให้แม่เจ็บ แม่ร้อง แม่มีน้ำตา
แต่....แม่ยิ้ม เมื่อเห็นหน้าฉัน
พี่ๆ ที่ทำงานฉันว่า เย็นนี้จะไปฉลองที่ไหน
ฉันได้ยิ้มและบอกว่าไม่มีฉลองอะไรเลย
เพราะว่าเมื่อเช้าแม่กับพ่อได้ให้พรกับฉันแล้ว นั้นแหละสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าการฉลองใดๆ
มีบทกลอนหนึ่ง ที่ทำให้ฉันเลิกจัดงานปาร์ตี้ฉลองวันเกิด เพื่อนๆอาจจะเคยได้ยิน
ถึงแม้ฉันจะจำไม่ได้ทุกตัวอักษร แต่ฉันก็ชอบหยิบขึ้นมาอ่าน
---งานวันเกิดที่ยิ่งใหญ่ใครคนนั้น
ฉลองกันในกลุ่มผู้ลุ่มหลง
หลงลาภยศสรรเสริญเพลินทะนง
วันเกิดส่งชีพสั้นเร่งวันตาย
ณ มุมหนึ่งซึ่งเหงาน่าเศร้าแท้
หญิงแก่ๆ นั่งหงอยและคอยหาย
โอ้วันนี้ในวันนั้นอันตราย
แม่คลอดสายโลหิตแทบปลิดชนม์
วันเกิดลูกเกือบคล้ายวันตายแม่
เจ็บท้องแท้เท่าไรก็ไม่บ่น
กว่าอุ้มท้องกว่าคลอดรอดเป็นคน
เติบโตจนบัดนี้นี่เพราะใคร
แม่เจ็บเจียนขาดใจในวันนั้น
กลับเป็นวันลูกฉลองกันผ่องใส
ได้ชีวิตแล้วก็เหลิงระเริงใจ
ลืมผู้ให้ชีวิตอนิจจา
ไฉนเราเรียกกันว่าวันเกิด
วันผู้ให้กำเนิดจะถูกกว่า
คำอวยพรที่เขียนควรเปลี่ยนมา
ให้มารดาคุณเป็นสุขจึงถูกแท้
เลิกจัดงานวันเกิดกันเถิดนะ
ควรแต่จะคุกเข่ากราบเท้าแม่
ระลึกถึงพระคุณอบอุ่นแด
อย่ามัวแต่จัดงานประจานตัว---
วันนี้จบไปกับกลอนแล้วกันน๊า